โครงการบริการประชาชนเชิงรุก
ปัจจุบันหน่วยงานในภาครัฐประสบความสำเร็จในการบริหารงานราชการด้วยการยึดหลักการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี
และมุ่งเน้นการบริการให้มีประสิทธิภาพ
โดยยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง
ศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานีเป็นหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรม
ภายใต้วิสัยทัศน์ว่า
อำนวยความยุติธรรมด้วยความรวดเร็ว
เสมอภาค และเป็นธรรม มุ่งเน้นการระงับข้อพิพาทด้วยการประนีประนอม
คุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชน และมีพันธกิจที่สอดคล้องกับวิสัยทัศน์
ก็คือ การคุ้มครองสิทธิเสรีภาพ
เหตุนี้ศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานีจึงให้ความสำคัญต่อผู้ต้องขังและประชาชนผู้มาติดต่อ
ด้วยการจัดให้มีโครงการย่อย ๆ เกี่ยวกับการบริการดังนี้
๑.
จัดให้มีน้ำดื่ม ห้องพยาบาล
โทรศัพท์ โทรทัศน์ มุมหนังสือและหนังสือพิมพ์
ผู้ต้องหาและประชาชนผู้มาติดต่อ
๒. จัดให้มีบริการกาแฟ โอวัลติน แก่ประชาชนผู้มาติดต่อศาล
โดยจัดให้มีการบริการตนเอง โดยไม่คิดค่าบริการ
แต่จะมีตู้รับบริจาคในกรณีที่ประชาชนมีจิตศรัทธาในการให้บริจาคเพื่อนำเงินบริจาคไปบริการสวัสดิการแก่ผู้ต้องขังต่อไป
อีกทอดหนึ่ง
๓. จัดให้มีที่ชั่งน้ำหนัก-วัดส่วนสูง
แก่ประชาชนที่มาติดต่อรับบริการจากศาลในระหว่างที่รอเพื่อให้เกิดความเพลิดเพลินและ
เกิดผลดีแก่ประชาชน
๔. มีบริการเสียงตามสาย
ให้ความรู้เกี่ยวกับการมาติดต่อราชการศาล เพื่อหลีกเลี่ยงการโดนพวกมิจฉาชีพ
หรือผู้มีเจตนา
ไม่ดีอ้างตนในการต่อให้ประชาชนหลงเชื่อ
๕. จัดให้มีเจ้าหน้าที่ของศาลคอยต้อนรับให้คำแนะนำปรึกษาและบอกทางให้ติดต่อตามแผนกต่างๆ
๑.
เพื่ดเกิดความสัมพันธ์อันดีระหว่างศาลกับผู้ต้องขังและประชาชนผู้มาติดต่อศาล
๒.
เพื่อเป็นสวัสดิการแก่ผู้ต้องขังและประชาชนผู้มาติดต่อศาล
๓.
เพื่อผู้ต้องขังและประชาชนผู้มาติดต่อศาลได้รับการบริการเสริมที่ดี
๔.
เพื่อลดความตึงเครียดและเกิดความเพลิดเพลินเป็นผลดีแก่ผู้ต้องขังและประชาชนผู้มาติดต่อศาล
วิธีการดำเนินการ
๑. จัดให้มีน้ำดื่ม ห้องพยาบาล
โทรศัพท์ โทรทัศน์ มุมอ่านหนังสือ
หนังสือพิมพ์แก่ผู้ต้องขังและประชาชนผู้มาติดต่อศาล
๒. จัดให้มีการบริการกาแฟ
โอวัลติน แก่ประชาชนผู้มาติดต่อโดยไม่คิดค่าบริการ
๓. จัดให้มีที่ชั่งน้ำหนัก วัดส่วนสูง แก่ประชาชน
๔. จัดให้มีบริการเสียงตามสาย
เพื่อให้เกิดความรู้และหลีกเลี่ยงพวกมิจฉาชีพ
๕. จัดให้มีเจ้าหน้าที่ศาลคอยต้อนรับให้คำแนะนำปรึกษา
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ
๑. ผู้ต้องขังและประชาชนได้รับความสะดวกในการบริการ
๒. เกิดทัศนคติที่ดีต่อการติดต่อราชการศาล
๓. ลดความตึงเครียดของผู้ต้องขังและเกิดความเพลิดเพลินเป็นผลดีต่อประชาชนผู้มาติดต่อราชการศาล
๔. ได้ความรู้เกี่ยวกับการมาติดต่อราชการศาล
๕. เกิดความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันระหว่างศาลกับประชาชนผู้มาติดต่อ
ผู้รับผิดชอบโครงการ
ผู้อำนวยการสำนักงานประจำศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานี
ผู้อนุมัติโครงการ
นายชิโนรส ยงเกียรติกานต์ ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานี
โครงการสวัสดิการแก่เจ้าหน้าที่ศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานี
ปัจจุบันศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้จัดตั้งกองทุนสวัสดิการต่าง
ๆ
เพื่อประโยชน์และสร้างขวัญกำลังใจให้แก่ข้าราชการ
และลูกจ้าง
ทำให้ข้าราชการและลูกจ้างได้รับการดูแล และความช่วยเหลือจากหน่วยงานเป็นอย่างมาก
เพื่อให้หน่วยงานและบุคลากรขับเคลื่อนกระบวนการทำงานให้เกิดประสิทธิภาพและเป็นที่พึงพอใจของประชาชนในการให้บริการของหน่วยงานจัดให้มีสวัสดิการเกี่ยวกับการช่วยเหลือครอบครัวของเจ้าหน้าที่
และเป็นการสร้างความสามัคคีในหมู่คณะให้เกิดความรักและการเอื้ออาทรต่อกันทั้งหน่วยงานจึงเห็นควรจัดให้มีสวัสดิการเกี่ยวกับกรณีต่าง
ๆ ดังนี้
๑.
การตายของครอบครัวเจ้าหน้าที่
๒.
การแต่งงานของข้าราชการ-ลูกจ้าง
๓.
การคลอดบุตรของข้าราชการ-ลูกจ้าง
๔.
งานบวชพระของข้าราชการ-ลูกจ้าง
๕.
การเกษียณอายุของข้าราชการ
๖.
การแต่งตั้งและโยกย้ายข้าราชการ
๗.
การเจ็บป่วยของข้าราชการ-ลูกจ้าง
๘.
กรณีอื่น ๆ เช่น การเกิดอุบัติเหตุ
๑.
อำนวยความสะดวกในการดำรงชีวิต และให้ความช่วยเหลือครอบครัว
๒.
ส่งเสริมและสนับสนุนความสามัคคีและสัมพันธภาพอันดีระหว่าง
ข้าราชการ - ลูกจ้าง
๓. เพื่ออำนวยประโยชน์แก่ข้าราชการ-
ลูกจ้าง นอกเหนือจากสวัสดิการของหน่วยงานได้จัดให้แล้ว
๔.
ให้ข้าราชการ ลูกจ้าง รักและเต็มใจที่จะรับใช้บริการประชาชนเพื่อหน่วยงาน
วิธีการดำเนินการ
๑.
เพื่อสวัสดิการเกี่ยวกับการตาย
๒.
เพื่อสวัสดิการเกี่ยวกับการแต่งงาน
๓.
เพื่อสวัสดิการเกี่ยวกับการคลอดบุตร
๔.
เพื่อสวัสดิการเกี่ยวกับงานบวชพระ
๕.
เพื่อสวัสดิการเกี่ยวกับการเกษียณอายุของข้าราชการ
๖.
เพื่อสวัสดิการเกี่ยวกับการแต่งตั้งโยกย้าย
๗.
เพื่อสวัสดิการเกี่ยวกับการเจ็บป่วย
๘.
เพื่อสวัสดิการอื่น เช่น การเกิดอุบัติเหตุ
ระยะเวลาดำเนินการ
เริ่มตั้งแต่วันที่
๑ กันยายน ๒๕๕๐ เป็นต้นไป
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ
๑.
เกิดความสามัคคีและสัมพันธ์ภาพในหน่วยงานของข้าราชการ ลูกจ้าง
๒.
เกิดกำลังใจ และความมุ่งมั่นในการปฏิบัติงาน
๓.
เกิดการรักษางานและเต็มใจที่จะรับใช้บริการประชาชนเพื่อหน่วยงาน
๔.
มุ่งมั่นให้เกิดประสิทธิภาพ ประสิทธิผลในการปฏิบัติงาน
ผู้รับผิดชอบโครงการ
ผู้อำนวยการสำนักงานประจำศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานี
ผู้อนุมัติโครงการ
นายชิโนรส ยงเกียรติกานต์ ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานี
โครงการการจัดการความรู้(Knowledge Management : KM)
หลักการและเหตุผล
ในปัจจุบัน
ทรัพยากรที่สำคัญที่สุดจะไม่ใช่แรงงาน หรือเงินทุน หรือที่ดินอีกต่อไป แต่จะเป็นเรื่อง
ความรู้
ภายใต้ การขับเคลื่อนการพัฒนาระบบงานศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานี จะต้องปรับระบบบริหาร เพื่อให้ตอบสนองความต้องการ
และประโยชน์สุขแก่ประชาชน
ให้บังเกิดผลสัมฤทธิ์
อันจะนำไปสู่วิสัยทัศน์
พันธกิจ ของศาลยุติธรรม อันเป็นสถาบันหลัก
ในการอำนวยการยุติธรรม และคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชน ด้วยความรวดเร็ว เที่ยงธรรม เสมอภาค ภายใต้หลัก
นิติธรรม ศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานีจะต้องร่วมมือ
ร่วมแรงใจ ที่จะสร้างและจัดการความรู้ที่มีอยู่ ในตัวบุคลากร
เพื่อให้มีการบริหารจัดการที่ดีนำไปสู่ความเจริญก้าวหน้า
องค์ประกอบสำคัญของวงจรความรู้
คือ
1. คน
2. เทคโนโลยี
3. กระบวนการความรู้
ดังนั้น
ความรู้ที่อยู่ในตัวบุคคลจะไม่มีความยั่งยืน
หากไม่มีการจัดการความรู้และบันทึกไว้เป็นองค์ความรู้อยู่กับหน่วยงาน
การจัดการความรู้
(Knowledge management : KM)
คือการจัดการเพื่อเอื้อให้เกิด
ความรู้ใหม่
โดยใช้ความรู้ที่มีอยู่
และประสบการณ์ของคนในศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานีอย่างเป็นระบบ สามารถปรับปรุงประสิทธิภาพในการทำงาน
สร้างนวัตกรรม
และการเรียนรู้ รวมถึง
ส่งเสริมให้เกิดการแสดงความคิดเห็นและแลกเปลี่ยนความรู้ได้อย่างเต็มที่
เพิ่มคุณภาพโดยกำจัดกระบวนการที่ไม่สร้างคุณค่าให้กับงาน
และให้ความสำคัญกับความรู้ของเจ้าหน้าที่ดังนั้น
ศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานีเห็นควรที่จะรวบรวมองค์ความรู้ที่มีอยู่ในหน่วยงาน
ซึ่งกระจัดกระจายอยู่ในตัวบุคคล
หรือเอกสาร
มาพัฒนาให้เป็นระบบเพื่อให้เจ้าหน้าที่ทุกคนสามารถเข้าถึงความรู้และพัฒนาตนเองให้เป็นผู้รู้
รวมทั้งปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ อันจะส่งผลให้ศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานีมีความสามารถในเชิงแข่งขันสูงสุด
1.
เพื่อให้เจ้าหน้าที่ในหน่วยงานมีความคิดเชิงระบบ พิจารณา
ความสัมพันธ์ในภาพรวม
2.
เพื่อให้เกิดความรอบรู้
คิดอย่างต่อเนื่อง
เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน
3.
เพื่อให้เกิดรูปแบบของความคิด
ความเชื่อ และทัศนคติ
4.
เพื่อสร้างวิสัยทัศน์ร่วม
5.
เกิดการเรียนรู้เป็นทีม
แลกเปลี่ยน ถ่ายทอดความรู้ประสบการณ์ซึ่งกัน
และกัน
6.
เกิดการเรียนรู้
และพัฒนาบุคลากร
1. การบ่งชี้ความรู้
วิเคราะห์รูปแบบ และแหล่งความรู้ที่มีอยู่โดยกำหนดจากวิสัยทัศน์ พันธกิจ
หรือยุทธศาสตร์ของหน่วยงาน
2.
การสร้างและแสวงหาความรู้จากแหล่งต่าง ๆ ที่กระจัดกระจายอยู่ภายในและภายนอก
เพื่อจัดทำเนื้อหาให้ตรงกับความต้องการ
3.
การจัดการความรู้ให้เป็นระบบ
โดยแบ่งชนิดและประเภทของงานเพื่อจัดทำระบบ
ให้ง่าย
สะดวกต่อการค้นหาและนำไปใช้งาน
4.
จัดทำเป็นรูปแบบเอกสาร
ให้เป็นมาตรฐานเดียวกันทั้งหน่วยงาน
5.
ให้เกิดความสะดวกและรวดเร็วในเวลาที่ต้องการ
6.
แบ่งปันแลกเปลี่ยนเรียนรู้
โดยการจัดทำเอกสารหรือสับเปลี่ยนงาน แต่ละแผนก
7. การเรียนรู้ เพื่อนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ในการตัดสินใจ
แก้ปัญหา และปรับปรุง
เริ่มตั้งแต่เดือน
มิถุนายน 2550 เป็นต้นไป
1.
สร้างวิสัยทัศน์ร่วมให้ทุกคนในหน่วยงานเห็นภาพของความต้องการอย่างเดียวกัน
2. การเรียนรู้งานเป็นทีม แลกเปลี่ยน ถ่ายทอดความรู้ซึ่งกันและกัน
3. เจ้าหน้าที่เรียนรู้ความคิดเป็นระบบ
คิดอย่างต่อเนื่อง เพิ่มความสามารถในการทำงาน
4.
เจ้าหน้าที่สามารถเรียนรู้งานได้ทุกแผนก
5.
เจ้าหน้าที่มีความสามารถและมีคุณค่าในการปฏิบัติงานให้เกิดประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น
6.
ส่งเสริมให้เจ้าหน้าที่แสดงความคิดเห็นอย่างเต็มที่
7.
นำความรู้ไปใช้ประโยชน์ในการพัฒนาระบบงานอย่างยั่งยืน
(ลงชื่อ) .....................................................ผู้เสนอขออนุมติโครงการ
(นางนันทวัน กาญจนามัย)
เจ้าพนักงานศาลยุติธรรม 7
(ลงชื่อ)
................................................
ผู้อนุมัติโครงการ
(นายชิโนรส ยงเกียรติกานต์)
ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานี
หลักการและเหตุผล
ปัจจุบัน ศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานีมีคดีเกิดขึ้นและเสร็จในเดือน
กรกฎาคม 2550 รวมจำนวนทั้งสิ้นแบ่งออกเป็น
คดีอาญาเกิด 1457 เรื่อง เสร็จ 1373 เรื่อง คดีแพ่งเกิด 827 เรื่อง เสร็จ 814 เรื่อง ปริมาณคดีเกิดเพิ่มขึ้น
เมื่อเทียบกับปีก่อน ๆ มีดังนี้
ในปีพ.ศ.
2548 มีคดีเกิดขึ้นและเสร็จ คดีอาญาเกิด 2125 เรื่อง เสร็จ 2170 เรื่อง คดีแพ่งเกิด 1507 เรื่อง เสร็จ 1452 เรื่อง
ในปีพ.ศ.
2549 มีคดีเกิดขึ้นและเสร็จ คดีอาญาเกิด 2252 เรื่อง เสร็จ 2362 เรื่อง คดีแพ่งเกิด 1500 เรื่อง เสร็จ 1373 เรื่อง
เนื่องจากจำนวนคดีที่เกิดขึ้นและเสร็จในแต่ละปี
มีจำนวนเพิ่มขึ้น
ทำให้การทำงานของ
แต่ละแผนกที่มีความรับผิดชอบ
ในงานแต่ละงานมากขึ้น ประกอบกับอุปกรณ์เครื่องใช้ด้านเทคโนโลยี
เช่น เครื่องServer , Printer เป็นต้น
ได้ใช้งานมาเป็นเวลาหลายปีแล้ว
จึงจำเป็นต้องจัดหาทดแทนใหม่ให้แต่ละงาน ซึ่งข้อมูลที่บรรจุในเครื่อง Server
นั้นเก็บข้อมูลเต็มมากแล้ว ทำให้เครื่อง Server ดำเนินงานได้ล่าช้ามาก
ไม่ทันต่อการใช้งาน ขาดความคล่องตัว
และทำให้งานขาดความต่อเนื่องในการปฏิบัติงาน
ควรให้จัดหาเครื่องอุปกรณ์เครื่อง Server , Printer
มาใช้เพื่อให้งานเกิดความคล่องตัว
รวดเร็ว ถูกต้อง และมีประสิทธิภาพมากขึ้น
วัตถุประสงค์
1.
นำเครื่องคอมพิวเตอร์เก็บข้อมูลศาล (Server)
2. เพื่อให้งานทุกแผนกปฏิบัติงานได้คล่อง
ถูกต้อง และรวดเร็ว มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น
เริ่มตั้งแต่วันที่ 1
มิถุนายน 2550 เป็นต้นไป
1. งานมีความถูกต้อง และรวดเร็วขึ้น